ข้อมูลทั่วไปของสถานศึกษา

วัน พุธ ที่ 20 ธันวาคม 2560, เวลา 17:53 น. 2060 ครั้ง ราชันย์

๑. ประวัติทั่วไปของสถานศึกษา
วิทยาลัยการอาชีพสังขะ กรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เป็นวิทยาลัยการอาชีพระดับอำเภอ จัดตั้งขึ้นตามนโยบายของรัฐบาล โดยกระทรวงศึกษาธิการเห็นควรให้ขยายโอกาสทางการศึกษาด้านวิชาชีพให้กว้างขวางขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในชนบท และตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานในท้องถิ่น รวมทั้งทันต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมในส่วนรวม ในการจัดการศึกษาและฝึกอบรมวิชาชีพทุกระดับวิชาชีพที่ขาดแคลน ซึ่งเป็นความต้องการของท้องถิ่นและของประเทศ อันเป็นการเสริมสร้างและพัฒนาคนของประเทศให้มีคุณภาพในการประกอบวิชาชีพและมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น
จากนโยบายดังกล่าว วิทยาลัยการอาชีพสังขะ ได้รับการประกาศจัดตั้งโดยฯพณฯ กำชัย เรืองกาญจนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๓๘ โดยมี นายวโรภาส ศรีพันธุ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ด เป็นผู้ประสานงานจัดตั้งวิทยาลัยการอาชีพสังขะ
ทำเนียบผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพสังขะ
นายวโรภาส   ศรีพันธุ์           ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ    ๓๐ พ.ค. ๓๘ - ๔ ม.ค. ๔๕
นายอุดร   เห็นชอบดี            ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ       ๕ ม.ค. ๔๕ - ๓๑ ก.ค. ๔๙
นายบุญเลิศ   สัสสี              ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ       ๑ ส.ค. ๔๙ - ๒๕ ต.ค. ๕๐
นายบรรจงศักดิ์   ทองยศ      ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ      ๒๑ พ.ค. ๕๑ - ๓๐ ก.ย. ๕๔
ว่าที่ร้อยโทบุญชุบ หลั่งทรัพย์  ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ      ๒๑ ธ.ค. ๕๔ -  ๑ ธ.ค. ๖๒
นายวิโรจณ์  ทองเรือง          ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ      ๒ ธ.ค. ๖๒  - ปัจจุบัน

๒. ขนาดและที่ตั้ง
ที่ขนาดและที่ตั้ง วิทยาลัยการอาชีพสังขะ มีพื้นที่ทั้งหมด ๑๐๐ ไร่ ระยะทางห่างจากอำเภอเมืองจังหวัดสุรินทร์ ประมาณ ๕๔ กิโลเมตร ตั้งอยู่บ้านเลขที่ ๔๙ หมู่ ๗ ถนนโชคชัย – เดชอุดม ตำบลบ้านชบ อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ รหัสไปรษณีย์ ๓๒๑๕๐ โทรศัพท์ - โทรสาร - อีเมล์ sangkhaicec@yahoo.co.th เว็บไซต์ : www.sangkhaicec.ac.th

๓. สภาพชุมชน เศรษฐกิจ สังคม
สภาพชุมชน อำเภอสังขะ ยังไม่มีโรงงานอุตสาหกรรมใดเข้าไปทำธุรกิจจึงไม่มีปัญหาด้านมลพิษหรือประสบปัญหาสภาพแวดล้อมมากนัก เพียงแต่อำเภอสังขะมีผู้คนอพยพเข้ามาหาที่ทำกินตั้งถิ่นฐานมากขึ้น การบุกรุกทำลายป่าจึงเกิดขึ้นทั่วทุกพื้นที่ป่าจึงเหลือเพียงบางแห่งที่มีเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องเท่านั้น เช่น ป่าดงคู ที่มีสนสามใบ เป็นต้น
สภาพสังคม ประชากรส่วนใหญ่ของอำเภอสังขะ นับถือศาสนาพุทธ โดยกลุ่มคนดั้งเดิม มีสองกลุ่มใหญ่คือ กลุ่มชนชาวส่วยและกลุ่มชนชาวเขมร ชุมชนชาวลาวเป็นชุมชนที่เข้ามาตั้งรกรากใหม่ แต่ทั้งสามกลุ่มก็มีความผูกพันกันทางสังคม มีการผสมผสานกันอย่างกลมกลืน และมีความเป็นอยู่แบบเรียบง่าย เชื่อฟังและเคารพผู้นำของหมู่บ้าน จึงไม่พบปัญหาการใช้ภาษาที่ต่างกันแต่อย่างไร จะมีบ้างก็คือด้านประเพณี วัฒนธรรม และชีวิตความเป็นอยู่ที่แตกต่างกันไปตามชาติกำเนิด ซึ่งสืบเนื่องมาจากประเพณีท้องถิ่นที่มีมาแต่บรรพบุรุษที่แตกต่างกัน
สภาพเศรษฐกิจ ของชุมชนในเขตบริการของวิทยาลัยการอาชีพสังขะ ผู้ปกครองของนักเรียนนักศึกษาส่วนใหญ่ยากจน รายได้อยู่ในเกณฑ์ต่ำไม่สามารถส่งบุตรหลานเข้าศึกษาต่อที่อยู่ในเมืองหรือต่างจังหวัดได้ นักเรียนนักศึกษาที่เข้ามาศึกษาในวิทยาลัยฯ มักจะมีปัญหาเรื่องการเงิน ดังจะเห็นได้จากการแสดงความจำนงขอกู้เงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาจำนวนมาก

๔. ปรัชญา(Philosophy)
   วิชาการดี มีวินัย ใฝ่ศึกษา พัฒนาสังคม

๕. วิสัยทัศน์ (Vision)
พัฒนาและผลิตกำลังคนให้มีความรู้ มีมาตรฐาน มีความเชี่ยวชาญด้านวิชาชีพ มีคุณธรรม จริยธรรม บริการชุมชน ส่งเสริมภูมิปัญญาบนพื้นฐานตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

๖. พันธกิจ (Mission)
     ๖.๑. จัดการศึกษาทุกระบบ ให้มีมาตรฐาน
     ๖.๒. จัดการศึกษาโดยเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม ให้กับนักเรียน นักศึกษาให้เข้มแข็ง
     ๖.๓. ฝึกอบรมและบริการชุมชนตามเป้าหมายของการจัดการอาชีวศึกษา
     ๖.๔. วิจัยและพัฒนาด้านอาชีพสู่ชุมชน

๗. เอกลักษณ์ (Traits)
     พอเพียง เรียนรู้คู่การปฏิบัติ

๘. อัตลักษณ์ (Identity)
     บริการวิชาชีพสู่สังคม

๙. เป้าประสงค์
    ๑. สถานศึกษาได้รับการรับรองการจัดการอาชีวศึกษาได้ตามมาตรฐาน สอศ. สมศ.
    ๒. ผู้เรียนและผู้สำเร็จการศึกษามีคุณธรรม จริยธรรม เป็นที่ยอมรับของสังคม
    ๓. ชุมชนมีอาชีพตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
    ๔. สร้างนวัตกรรมในการพัฒนาอาชีพสู่สังคม

๑๐. จุดเน้นในการพัฒนาของสถานศึกษา
     ๑. พัฒนาระบบบริหารจัดการให้มีวัฒนธรรมแบบกัลยาณมิตรผนึกพลังสร้างสรรค์และร่วมรับผิดชอบ
     ๒. ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาวิชาชีพควบคู่กับการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมที่ดีงาม
     ๓. พัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนการสอนให้ได้มาตรฐานตรงตามต้องการของสถานประกอบการและได้มาตรฐานสากล
     ๔. ส่งเสริมสนับสนุนการวิจัยสร้างนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์และโครงงานที่นำไปใช้ในการพัฒนาการเรียน การสอนและพัฒนาอาชีพ
     ๕. พัฒนาเครือข่ายความร่วมมือกับภาครัฐเอกชนในการให้บริการวิชาชีพและการฝึกอบรมที่หลากหลาย
     ๖. พัฒนาศักยภาพการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้
     ๗. พัฒนาครู บุคลากรทางการศึกษาให้เป็นมืออาชีพ

รูปภาพประกอบ :